::   Home ความเป็นมา คัมภีร์มหาจักรพรรดิราช

คัมภีร์มหาจักรพรรดิราช (คัมภีร์สุวรรณโคมคำ)


คัมภีร์มหาจักรพรรดิราชได้ถือกำเนิดมาแต่อดีตกาล ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าพระองค์แรก ซึ่งได้บัญญัติหรือลิขิตความเป็นมาของการเกิดแก่เจ็บตายของมนุษย์ด้วยศาสตร์แห่งนิมิตกรรม (สัญลักษณ์ดาว ฯลฯ) โดยแทนความหมายออกมาเป็นตัวเลข และยังมีการเพิ่มคำสอนในด้านธรรมะประกอบทุกขั้นตอน โดยภายหลังมีการลิขิตเพิ่มเติมตามประสบการณ์ ซึ่งผู้ลิขิตต่อมาส่วนมากเป็นเหล่าสาวกผู้ได้อภิญญาญาณ  และคัมภีร์ฯนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ดินแดนสุวรรณโคมคำ  จึงได้อีกนามหนึ่งว่า "คัมภีร์สุวรรณโคมคำ" ตกทอดมาถึงท่านอัญญาโกณทัญญะ  และท่านได้ฝากคัมภีร์นี้ไว้ที่ดินแดนสุวรรณโคมคำต่อมาพญานาคาธิบดีศรีสุทโธเป็นผู้ดูแลรักษาไว้เพื่อส่งมอบต่อผู้มีบุญโดยมีการสอนสั่งตามแนวทางของพระพุทธศาสนาทุกประการ

ทั้งนี้ในแต่ละยุคที่สำคัญๆ จะมีผู้มีบุญญาธิการลงมาอุบัติในฐานะ ?ผู้สืบทอด? เพื่อฟื้นฟูสานต่อ คัมภีร์ฯ และเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เป็นประโยชน์แก่มหาชนและสรรพชีวิตสืบไปกว้างไกลยั่งยืนนาน (ส่วนใหญ่ท่านผู้สืบทอดจะเป็นผู้บำเพ็ญโพธิสัตว์บารมีขั้นสูง) 

ในการนี้จะมีบุคคลผู้ดำรงตำแหน่ง "พระธรรมบาล"  ผู้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาและคอยช่วยเหลือในสิ่งที่ผู้สืบทอดมีปัญหาขัดข้อง ท่านไม่ใช่ผู้สอนโดยตรง แต่ท่านเป็นผู้คอยช่วยเหลือดูแลผู้สืบทอด โดยผู้สืบทอดนี้ต้องเป็นผู้มีศีล ซึ่งส่วนมากจะเป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อีกทั้ง "พระธรรมบาล" ก็เป็นผู้ทรงศีลบริสุทธิ์เช่นกัน คัมภีร์สุวรรณโคมคำมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่สืบทอดมาแต่อดีตกาลและแบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ๆ ในการสอนดังนี้

1 ส่วนพยากรณ์ อันเป็นการพยากรณ์บุคคลด้วยการคำนวณนิมิตกรรม (สัญลักษณ์ดาว ฯลฯ) สามารถทำนายได้ทั้งจุติ ปฏิสนธิ กุศลฯ อกุศลฯ ของบุคคลที่ติดตัวมาตั้งแต่ภพชาติก่อนสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และยังสามารถทำนายได้ทุกยามทุกเวลา สามารถปรับ "สมการสมดุลย์" ตามนิมิตกรรมได้ ซึ่งหลักพยากรณ์ของคัมภีร์ฯ นี้จะเกี่ยวข้องกับนิมิตกรรมและธาตุทั้งสี่ คือดินน้ำไฟลม

2 ส่วนสมาธิจิต เป็นส่วนที่ให้ผู้ศึกษาฝึกสมาธิด้วยการกำหนดรู้ธาตุทั้งสี่ คือดินน้ำไฟลม ด้วยหลัก "กสิณกรรมฐาน" เมื่อผู้ฝึกสามารถฝึกถึงขั้นสูงของธาตุทั้งสี่ คือดินน้ำไฟลม ก็จะเกิดสมาธิจิตมีพลังสูงจนสามารถฝึกกสิณขั้นสูงขึ้น หรือเรียกอีกนามหนึ่งว่า "กสิณสมดุลย์ธาตุ" ซึ่งจะสอดคล้องกับด้านพยากรณ์ด้วย

3 ส่วนธรรมะ แน่นอนว่าผู้ฝึกคัมภีร์นี้จะต้องศึกษาหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อขัดเกลากิเลส มุ่งช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลาย สอนสั่งชี้ให้เห็นบาปบุญคุณโทษ เพื่อความหลุดพ้น



ถึงแม้ปัจจุบันนี้ คัมภีร์สุวรรณโคมคำตกทอดเก่าแก่มากเป็นเวลาสองพันกว่าปี จนไม่สามารถจะเปิดอ่านหรือเรียนได้ แต่ผู้สืบทอดคัมภีร์สุวรรณโคมคำเพียงหนึ่งเดียวนี้ท่านไม่ได้ศึกษาและสั่งสอนอยู่แค่ส่วนที่ได้ร่ำเรียนมาจากครูบาอาจารย์เท่านั้น หากแต่ท่านได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน พัฒนาเพิ่มเติมต่อเนื่องมาอีกกว่าทศวรรษ จนถึงปัจจุบันนี้นับเป็นเวลากว่าทศวรรษ วิชชาได้เพิ่มพูนล้ำหน้ากว่าที่ท่านได้สั่งสอนในครั้งแรกมากมายนัก ซึ่งสิ่งที่ท่านได้ศึกษาค้นคว้าฝึกฝนพัฒนามาจนถึงขั้นสูงยิ่งนั้น ท่านไม่ได้ทำเป็นตำราออกมา แต่มีการอบรมสั่งสอนกับศิษยานุศิษย์ที่ประพฤติดีอยู่ในพระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เบียดเบียน มีวิริยะ อุตสาหะ มุทิตาจิต อุเบกขาต่อสิ่งที่มากระทบจิต ทางด้านพยากรณ์ ท่านได้เพิ่มเติมขึ้นจนได้หลัก "สมการสมดุลย์" และไขข้อปัญหาค้างคาอันเป็นขีดจำกัดมาเนิ่นนานจนสำเร็จได้อีกด้วย  อีกทั้งท่านได้สั่งสอนศิษย์ผู้ซึ่งมีกตัญญูต่อครูบาอาจารย์จนสำเร็จส่วนสมาธิจิต "กสิณสมดุลย์ธาตุ" ด้วยเช่นกัน

ส่วนทางด้านธรรมะนั้นมีผสมผสานอยู่ในทุกขั้นตอนของการฝึกฝนเรียนรู้บริบูรณ์ทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติ จนลูกศิษย์มีภูมิจิตภูมิธรรมที่ลึกล้ำในพุทธธรรมคำสอนในบวรพระพุทธศาสนาน่าชื่นใจ สมตามเจตนารมณ์ของการฟื้นฟูเผยแพร่คัมภีร์ฯ

คัมภีร์สุวรรณโคมคำ

 
ลิขสิทธิ์ © 2020 ชมรมศิษย์สุวรรณโคมคำ. สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด.
Joomla! เป็นซอฟท์แวร์เสรีภายใต้ลิขสิทธิ์ GNU/GPL License.
เว็บนี้ขับเคลื่อนด้วย จูมล่าลายไทย